- - THAI SHIPPER - SMEs วอนรัฐตั้งกองทุนช่วยเหลือ ส่งออกกุ้งวิกฤต ทุก 1 ก.ก.เงินหายไป 6 บาท
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update Jun 19,2013
SMEs วอนรัฐตั้งกองทุนช่วยเหลือ ส่งออกกุ้งวิกฤต ทุก 1 ก.ก.เงินหายไป 6 บาท (Sep 20,2010)
 
 
  นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่ออุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น SMEs ว่า ได้รับผลกระทบอย่างมาก แนวทางแก้ไขสมาคมขอให้รัฐบาลจัดทำ "กองทุน" ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ SMEs ส่งออก โดยกองทุนนี้จะคล้ายกับกองทุนที่ช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบวิกฤตการเมือง วงเงิน 10,000 ล้านบาทคิดอัตราดอกเบี้ย MLR-2% และให้เวลาหนึ่งปีก่อนเริ่มผ่อน

หากได้กองทุนลักษณะนี้จะช่วย SMEs ในกลุ่มธุรกิจนี้ที่มีอยู่ประมาณ 1 ล้านคนให้ผ่านพ้นไปได้เพราะ SMEs ไม่สามารถไปฟอร์เวิร์ดค่าเงินได้ จะกระทบต้นทุนการผลิตและส่วนใหญ่ก็รับคำสั่งซื้อไว้จนถึงปลายปีแล้ว ทำให้บางรายต้องเจรจาขอคืนออร์เดอร์เพราะไม่สามารถผลิตได้ตาม

ราคาเดิมที่ได้ตกลงไว้เมื่อช่วงที่ค่าเงินบาทไม่แข็งค่ามากขนาดนี้

"อุตสาหกรรมนี้ได้รับผลกระทบจากการเมืองเศรษฐกิจโลก ทำให้ปีก่อนรายได้ลดลงประมาณ 10% ปีนี้ก็มัวแต่รับออร์เดอร์หวังว่าจะโต 15% แต่กลับมาดูอีกทีก็เกิดบาทแข็งจนต้องเจรจาขอคืนออร์เดอร์ เราคงมองไปถึงอนาคตไม่ได้ ถ้าเราตายในวันนี้ซะก่อน แม้อัตราขยายตัวจะถึง 15% ในปีนี้ตามที่คาดไว้ แต่ถ้าบาทแข็งไปถึง 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มูลค่าจะไม่ถึงเป้าหมายคือ 1 แสนล้านบาทที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้"

ในส่วนภาคเอกชนมีการปรับตัวโดยพยายามใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA โดยเฉพาะในกรอบ AFTA ทำให้ยอดส่งออกในอาเซียนเพิ่มขึ้น 40% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และหันไปพยายามเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนโดยกำหนดราคาเป็นเงินบาท แต่สัดส่วนการส่งออกจากตลาดนี้ยังต่ำ

ด้าน นายผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นปี

6-7% กระทบผู้ส่งออกสินค้าอาหารแช่เยือกแข็ง ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรเพียง 4%ในช่วงภาวะปกติ แต่ในภาวะปัจจุบันกำไรเพียง 2% ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ผู้ประกอบการทุกคนพยายามปรับตัวด้วยการรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าเพียง 1 เดือน จากเดิมที่จะรับล่วงหน้า 4-6 เดือน

ส่วนการปรับตัว เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีโครงสร้างวัตถุดิบในประเทศมากถึง 95% แต่ปัจจุบันมีการปรับตัวแล้วเหลือเพียง 72% ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวได้มากกว่านี้แล้ว และหากจะต้องปรับตัวอีกต้องใช้เวลาอย่างน้อยมากกว่า 3-4 เดือน

"ปกติเดือนกันยายนจะเป็นช่วงระดมการผลิตให้ส่งออกทันก่อนสิ้นตุลาคม เพื่อป้อนความต้องการเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ แต่ปีนี้ทุกคนบอกว่า ไม่ไหว ไม่มีใครซื้อวัตถุดิบไปสต๊อกไว้เลย เพราะบาทที่แข็งทำให้ราคาส่งออกกุ้งทุก 1 กิโลกรัมจะหายไป 6 บาท เมื่อทอนเป็นวัตถุดิบราคากุ้งจะหายไปประมาณ 4 บาทกว่า ซึ่งกุ้งที่ผลิตในประเทศเฉลี่ย 500,000 ตันต่อปี เพราะฉะนั้นปีหน้าต้องดูการผลิต ว่าจะลดลงหรือไม่ ถ้าถึงสิ้นปีอัตราเติบโต 3% แสดงว่าปีนี้วิกฤตหนัก เพราะปกติจะโตประมาณ 5% ทั้ง ๆ ที่ปีนี้น่าจะเป็นปีทอง เพราะคู่แข่งสำคัญ อินโดนีเซียเจอโรคระบาด และดีมานด์เพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจ แต่ไทยเจอปัญหาบาทแข็งที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกติกาที่เปิดโอกาสให้บางคนใช้เงินทำงาน ยืมเงินต่างชาติเข้ามาเก็งกำไร แต่รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้" นายผณิศวรกล่าว
 
  Source : ประชาชาติธุรกิจ  
   
  Market Trends ในเดือน September  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
Jun 19,2013
 
Buying
Selling
USD
30.51
30.89
JPY
32
32.73
EUR
40.63
41.35
BBL | SCB | TFB