- - THAI SHIPPER - ไทยจะได้อะไรจากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update May 23,2013
ไทยจะได้อะไรจากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Jul 30,2012)
 
 
  การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) ในปี 2558 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ

1.ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้นและจะให้ความสำคัญต่อประเด็นด้านนโยบายที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน โดยการพัฒนาการดำเนินการด้านต่างๆ เช่น การปรับ ประสานนโยบายการแข่งขันให้โปร่งใส สอดคล้องกัน เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม มีการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ และการพัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนและลดต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการค้าในอาเซียนด้วย

2.บรรยากาศการค้าและการลงทุนเสรีมากขึ้น จากการลด/เลิกข้อจำกัด กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคทางการค้า นักลงทุน หรือบุคลากรวิชาชีพสามารถเข้าไปจัดตั้งธุรกิจหรือไปให้บริการ ในประเทศอาเซียนอื่นง่ายขึ้น

3.มีการเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากระบบการขนส่งที่สะดวกและถูกลง มีโอกาสสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการในประเทศอาเซียนอื่น ทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำในภูมิภาคและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันรวมถึงเพิ่มอำนาจการต่อรองในตลาดระหว่างประเทศ

4.ผู้บริโภคได้รับความสำคัญมากขึ้น จากความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในอาเซียน มีโอกาสเลือกซื้อสินค้า/บริการที่มีคุณภาพและความหลากหลายมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม

5.ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) ได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้น จากการริเริ่มแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจ SME ของ อาเซียน โดยเน้นเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาบุคลากร และการอำนวยความสะดวกด้านการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

6.มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกที่เสมอภาคยิ่งขึ้น โดยจะช่วยยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ CLMV ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทยในระยะยาว

8.มีการขยายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจโดยจัดทำ FTA กับประเทศนอกภูมิภาคอาเซียน เป็นการเพิ่มโอกาสการค้าและการลงทุน

การเป็น AEC จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในเชิงบวกและเกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่างๆ ดังนี้

1.ผู้ประกอบการ ในฐานะผู้ผลิต ผู้ส่งออก และบุคลากรวิชาชีพ สามารถใช้ประโยชน์จาก Supply Chain ในอาเซียน เช่น นำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากอาเซียนในราคาถูกลง และ/หรือคุณภาพดีขึ้น จากการยกเลิกกำแพงภาษีและที่มิใช่ระหว่างกัน ช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนของสินค้าและบริการ เมื่อเทียบกับประเทศนอกอาเซียน การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอาเซียนอื่นที่มีความได้เปรียบในด้านปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานในกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการในสิงคโปร์และมาเลเซีย เป็นต้น

2.สามารถขยายการส่งออกสินค้าไทยในอาเซียนได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่จำหน่ายเฉพาะตลาดภายในประเทศที่มีประชากร 69 ล้านคน แต่จะเพิ่มสูงถึง 590 ล้านคนในตลาดอาเซียน ยกตัวอย่าง เกษตรกร สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้มากขึ้น จากการลด/เลิกอุปสรรคทางการค้าด้านภาษีและที่มิใช่ภาษีในอาเซียน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการของไทย ยังสามารถแสวงโอกาสทาง การค้าและการลงทุน ภายใต้ความตกลง FTA ที่อาเซียนจัดทำกับประเทศคู่ค้าสำคัญได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้อาเซียนทำความ ตกลง FTA กับประเทศคู่ค้าสำคัญแล้ว 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งเมื่อรวมขนาด ของตลาดอาเซียนเข้ากับตลาดของทั้ง 6 ประเทศแล้ว จะได้ขนาด ตลาดมหาศาล มีจำนวนประชากรกว่า 3,300 ล้านคน หรือราว 49% ของจำนวนประชากรโลก

3.บุคลากรวิชาชีพมีโอกาสเข้าไปทำงานในประเทศอาเซียน อื่นมากขึ้น จากข้อตกลงการยอมรับร่วมด้านวิชาชีพของอาเซียน ซึ่งได้จัดทำเสร็จแล้ว 7 สาขา ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ พยาบาล และนักบัญชี ลดปัญหาการขาด แคลนแรงงานฝีมือในประเทศ จากการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม การเป็น AEC ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเร่งปรับตัว ดังนี้

1.ผู้ประกอบการ อาจถูกสินค้า/บริการของประเทศอาเซียนอื่นที่มีความหลากหลาย และ/หรือ มีคุณภาพดีกว่า และ/หรือ ราคาถูกกว่า เข้ามาแข่งขันหรือแย่งตลาดไป จึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

2.บุคลากรวิชาชีพ อาจถูกแย่งงานจากบุคลากรของประเทศอาเซียนอื่น หากไม่เตรียมพร้อมและพัฒนาการเรียนรู้ด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาศักยภาพของตนให้สามารถแข่งขันได้

3.เกษตรกร สินค้าเกษตรจากประเทศอาเซียนอื่นที่มีความได้เปรียบด้านราคาและคุณภาพอาจเข้ามาแข่งขันและแย่งตลาด จึงควรเร่งปรับตัวในการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรของไทย

4.ผู้บริโภค มีความเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญกับสินค้าและบริการที่ไม่ได้มาตรฐานจากประเทศอาเซียนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ และแจ้งให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทราบทันที เมื่อประสบปัญหาความไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จัดให้มีกองทุนเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เพื่อให้ปรับตัวและปรับเปลี่ยนสภาพให้แข่งขันได้ โดยสนับสนุนในเรื่องการวิจัยพัฒนา จัดหาที่ปรึกษา ปรับปรุงธุรกิจ เป็นต้น
 
  Source : สยามธุรกิจ : ข่าวเศรษฐกิจมหภาค  
   
  Market Trends ในเดือน July  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
May 23,2013
 
Buying
Selling
USD
29.55
29.93
JPY
28.67
29.33
EUR
38.08
38.78
BBL | SCB | TFB