- - THAI SHIPPER - ความท้าทายทางเศรษฐกิจของจีนกับอินเดีย
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update Jun 19,2013
ความท้าทายทางเศรษฐกิจของจีนกับอินเดีย (Jul 17,2012)
 
 
  จีนและอินเดียต่างกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ทั้ง 2 ชาติมีพื้นฐานในการจัดการปัญหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จีนมีทางเลือกจำนวนมากทั้งด้านการเงินและการคลังเพื่อฟื้นฟูอัตราการเติบโต ขณะที่อินเดียจำเป็นต้องใช้การตัดสินใจทางการเมืองที่แข็งกร้าวเพื่อหยุดยั้งแนวโน้มที่ย่ำแย่ลง

การเติบโตทางเศรษฐกิจในทั้ง 2 ประเทศ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หากดูจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจยุโรปอยู่ในภาวะถดถอย และการฟื้นตัวอย่างเอื่อยเฉื่อยของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

แต่จีนและอินเดียกำลังต่อสู้กับประเด็นปัญหาที่แตกต่างกัน จีนไม่ต้องการที่จะทำผิดพลาดซ้ำอีก เหมือนอย่างเช่นที่เคยใช้มาตรการเต็มรูปแบบในการตอบสนองวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2009 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่อินเดียต้องดิ้นรนในการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เคยล้มเหลวในระหว่างช่วงหลายปีที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูก่อนหน้านี้

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนเติบโตเฉลี่ยที่อัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปีนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลรู้ว่า พวกเขาไม่สามารถรักษาระดับการเติบโตที่ร้อนแรงแบบนั้นได้ทุกปี อัตราการเติบโตลดลงเหลือ 8.1 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการขยายตัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา และคาดว่าจะลดลงเหลือ 7.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 2 หากวิกฤตยูโรโซนยังคงอยู่ หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนดำเนินการออกมาไม่ดี อัตราการเติบโตของจีนก็จะอ่อนแอลงอีก

ทว่าจีนยังคงอยู่ในสถานะที่ดีในการรับมือกับภาวะสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจมากกว่าเมื่อปี 2008 โดยพวกเขาพึ่งพาการค้าเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจน้อยลง เมื่อปี 2008 การส่งออกของจีนคิดเป็น 7.7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 2.6 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2011 ส่วนอัตราเงินเฟ้อของเดือนมิถุนายนที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ลดลงมาเหลือ 2.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ขณะที่หนี้ภาครัฐคิดเป็น22%ของจีดีพี ถือว่าจีนยังมีเครื่องมือให้เลือกใช้มากมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจขณะที่ต้องเผชิญกับอุปทานที่ลดลง

"เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันขาลงที่รุนแรง" นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า กล่าวไว้เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว และเน้นย้ำว่า จีนยึดมั่นกับการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

"จีนอยู่ในสถานะที่ดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศในโลก" หลุยส์ ไคส์ ผู้อำนวยการโครงการแห่งสถาบันฟุงในฮ่องกงกล่าว "ปัญหาคือจีนจะเลือกใช้มาตรการทางนโยบายแบบไหนในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า"

ขณะที่อินเดียเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกับจีน แต่มีวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้น้อยกว่ามาก โดยพวกเขากำลังพยายามที่ดีดตัวกลับให้ได้จากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 5.3 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรก ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวที่สุดในรอบ 9 ปี แต่กลับมีงบประมาณขาดดุลคิดเป็น 5.8 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีในปีการเงินที่ผ่านมา ซึ่งเกินจากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 4.6 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีช่องว่างน้อยสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางการคลัง นอกจากนี้ยังมีหนี้ภาครัฐโดยประมาณอยู่ที่ 67.6 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีอีกด้วย

"อินเดียเหมือนถูกมัดมือไว้ และด้วยเหตุผลนี้ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบหนักมากจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว" เฟรเดอริค นอยมันน์ ผู้อำนวยการร่วมศูนย์วิจัยเศรษฐกิจเอเชียของเอชเอสบีซีกล่าว "พวกเขาไม่มีกระสุนทางการคลังเหลืออยู่พอที่จะอัดฉีดให้เศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องอดทนกับผลกระทบและรับไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
 
  Source : มติชน : เศรษฐกิจต่างประเทศ  
   
  Market Trends ในเดือน July  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
Jun 19,2013
 
Buying
Selling
USD
30.51
30.89
JPY
32
32.73
EUR
40.63
41.35
BBL | SCB | TFB